สารทำความเย็นมีบทบาทสำคัญในระบบทำความเย็น และปรับอากาศ มาทุกยุค ทุกสมัย

เราได้ผ่านประวัติศาสตร์การใช้สารทำความเย็นตั้งแต่ สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) และไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (HCFC) มาจนถึงสารทำความเย็นไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFC) ที่กำลังจะลดการนำเข้า และการผลิตในปีนี้ เนื่องจากเหตุผลด้านการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ สารทำความเย็นไฮโดรฟลูออโรโอเลฟิน (HFO) จึงกลายเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างสารทำความเย็น HFO และ HFC และข้อดีของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กันค่ะ


น้ำยาแอร์ HFO

• ความแตกต่างทางด้านเคมี

สารทำความเย็น HFC ประกอบด้วยอะตอมของไฮโดรเจน ฟลูออรีน และคาร์บอน สารประกอบเหล่านี้ เช่น R-134a และ R-410A ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติด้านความเสถียรสูง และมีคุณสมบัติทางเทอร์โมไดนามิกส์ที่ดีเยี่ยม ทำให้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในงานทำความเย็นมาอย่างยาวนาน

ในทางกลับกัน สารทำความเย็น HFO จัดอยู่ในประเภทไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนไม่อิ่มตัว ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน ฟลูออรีน และอะตอมของคาร์บอนที่มีพันธะคู่อย่างน้อยหนึ่งพันธะ ทำให้สารทำความเย็น HFO มี GWP ที่ต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสารทำความเย็น HFC แต่ก็มีความสามารถในการติดไฟได้เล็กน้อย (A2L) อย่างสารทำความเย็น R-1234yf และ R-1234ze ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

• ข้อดีของการเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็น HFO

1. ลดค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) :
ข้อได้เปรียบหลักประการที่หนึ่งของสารทำความเย็น HFO ที่เหนือกว่า HFC คือศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ GWP คือการวัดปริมาณความร้อนที่ก๊าซเรือนกระจกกักเก็บในชั้นบรรยากาศในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งปกติคือ 100 ปี สารทำความเย็น HFO มี GWP ที่ต่ำกว่า สารทำความเย็น HFC จำนวนมาก ค่า GWP ที่ต่ำกว่าช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

2. กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม :
ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่กำลังตระหนักกันทั่วโลก จึงมีการกำหนดกฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ เพื่อลดและยุติการใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP สูง สารทำความเย็นทางเลือกอย่าง HFO จึงถูกนำมาใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสารทำความเย็น และยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ และอุตสาหกรรมของคุณอีกด้วย

3. อายุขัยในบรรยากาศสั้น :
โดยทั่วไป HFO จะมีอายุขัยในชั้นบรรยากาศที่สั้นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ HFC แม้ว่าสิ่งนี้อาจดูขัดกับสัญชาตญาณ อายุขัยของสารทำความเย็นในชั้นบรรยากาศที่สั้นลงสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

4. ธรรมชาติของสาร HFO ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic) :
HFO มักไม่ชอบน้ำ หรือ Hydrophobic ซึ่งหมายความว่ามีความสัมพันธ์กับน้ำต่ำ คุณสมบัตินี้จะช่วยป้องกันปัญหาการดูดซึมน้ำ ความชื้น และลดการกัดกร่อนภายในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ

5. ความเข้ากันได้กับระบบทำความเย็นเดิม :
ในหลายกรณี สารทำความเย็น HFO สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยการ Drop in ทดแทนสารทำความเย็น HFC เดิม ในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศที่มีอยู่ โดยมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้การเปลี่ยนไปใช้ HFO ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมและผู้ผลิตที่ต้องการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป

6. การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง :
HFO เป็นสารทำความเย็นที่เพิ่งนำมาใข้ได้ไม่นานมากนัก แต่เป็นที่สนใจจากวงการ HVAC&R ทั่วโลก ดังนั้นธุรกิจ และ อุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีสารทำความเย็น HFO โดยมีจุดประสงค์ให้สารทำความเย็น HFO เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นแทนสารทำความเย็นแบบดั้งเดิม

7. ประสิทธิภาพและการใช้งาน :
แม้ว่าสาร HFC ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติการถ่ายเทความร้อนที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม HFO สามารถให้ประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานที่เทียบเคียงได้ ในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปในตัว

นอกจากนี้ HFO และสารผสมที่เกี่ยวข้องมักจะแสดงคุณสมบัติทางเทอร์โมไดนามิกส์ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เช่น ความหนืดต่ำและค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนที่สูงขึ้น หรือการเข้ากันกับน้ำมันหล่อลื่น POE ที่ผสมกันได้มากขึ้น ส่งผลให้การถ่ายเทความร้อนมีประสิทธิภาพดีขึ้น และนี่คือข้อดีของการเปลี่ยนจากสารทำความเย็น HFC มาใช้สารทำความเย็น HFO ทั้งนี้ในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยเช่น การออกแบบระบบ อัตราการรั่วไหล และการจัดการสารทำความเย็น ฯลฯ อีกด้วยค่ะ

9 สู่ปีที่ 10 เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา เปลี่ยนแปลง เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกท่าน l Change for the better

ดูรายละเอียดสารทำความเย็นทั้งหมด Click

ติดต่อเรา :
Line id : @Colder
Email : kantawan.coldersolution@gmail.com