HCFC หรือ Hydrochlorofluorocarbon ซึ่งเป็นสารทำความเย็นชนิดหนึ่งที่เคยใช้กันทั่วไปในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น ประกอบด้วยอะตอมของไฮโดรเจน คลอรีน ฟลูออรีน และคาร์บอนในโครงสร้างทางเคมี
เช่น สารทำความเย็น R22 ก็จัดเป็นหนึ่งในสารทำความเย็น HCFC ที่เรารู้จักและนิยมใช้กันในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้สารทำความเย็น HCFCs ได้รับการพัฒนาเพื่อทดแทน CFCs ที่ถูกระงับ และยกเลิกอย่างสมบูรณ์ รวมถึงในประเทศกำลังพัฒนาภายในปี 2010 ที่ผ่านมา แม้ว่าสาร HCFCs จะสร้างความเสียหายต่อชั้นบรรยากาศโลกน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสาร CFCs แต่ก็ยังมีผลกระทบในทางลบอยู่มาก จึงมีการพัฒนาเปลี่ยนสารทำความเย็น HCFC เป็นสารทำความเย็น HFC อย่าง R410a และ R134a ที่มีค่า ODP = 0
การยกเลิกใช้สาร HCFCs ได้ถูกดำเนินการในหลายประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกา สารทำความเย็น HCFC-22 หรือ R-22 มีคำสั่งห้ามการผลิตและนำเข้าอย่างสมบูรณ์โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 ถือว่าเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน มุ่งสู่สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สำหรับประเทศไทยได้มีประกาศจากกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องของการกำหนดให้เครื่องปรับอากาศที่ใช้สาร HCFC-22 (สารคลอโรไดฟลูออโรมีเทน) ที่มีขนาดทำความเย็นต่ำกว่า 50,000 บีทียูต่อชั่วโมง เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2561 และมีเป้าหมายในปี 2573 ประเทศไทยจะลดปริมาณการนำเข้าสารทำความเย็นประเภท HCFCs ให้เหลือแค่ 2.5% ของปริมาณการใช้งานเฉลี่ยก่อนหน้านี้ และจะมีการจำกัดปริมาณการใช้เพียงเท่านี้ไปอีก 10 ปี ก่อนที่จะยกเลิกโดยเด็ดขาดในพ.ศ. 2583 เป็นต้นไป
ตัวอย่างสารทำความเย็น HCFCs
• สารทำความเย็น R22
GWP : 1,810
Application : Low&Medium Temp Ref, A/C
Preferred Oil : POE, MO
ASHRAE Class : A1
Composition : 100% Chlorodifluoromethane (CHCIF2)
Alternative Refrigerants : R410A, R454B เป็นต้น

R22 เป็นสารทำความเย็นไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (HCFC) ที่ใช้กันทั่วไปในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น และถูกใช้อย่างแพร่หลายมานานหลายทศวรรษ เนื่องจากคุณสมบัติการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ กำหนดให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ HCFC เพื่อสนับสนุนทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน บริษัทเคมีจึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโซลูชันเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านง่ายขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมทำความเย็น
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการเลิกใช้ ผลิต และนำเข้าน้ำยา R22 แล้วในหลายประเทศเนื่องจากผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อชั้นโอโซน ทำให้ความพร้อมใช้งานของ R22 ลดลงอย่างมาก และเป็นผลให้ราคาน้ำยาแอร์สูงขึ้นอีกด้วย
ตัวแทนสารทำความเย็นทางเลือกที่นิยมใช้ในปัจจุบันทดแทน R22 คือ R410A ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าและไม่เป็นอันตรายต่อชั้นโอโซน
• สารทำความเย็น R123
GWP : 77
Application : Centrifugal Chillers
Preferred Oil : Mineral Oil
ASHRAE Class : B1
Composition : (2,2-Dichloro-1,1,1-trifluoroethane)
Alternative Refrigerants : R-514A เป็นต้น

สารทำความเย็น R123 ถูกนิยมใช้เพื่อการทำความเย็นอย่างมีประสิทธิภาพในอาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะใน Centrifugal chillers ในอาคารพาณิชย์ อาคารขนาดใหญ่ และอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างกระบวนการทำความเย็นในโรงงานผลิต การแปรรูปทางเคมี Data Center และโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า คุณสมบัติการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพทำให้เหมาะสำหรับความต้องการการทำความเย็นในอุตสาหกรรม
ที่ผ่านมาเป็นเวลาหลายปีที่เราใช้สารทำความเย็น R-11 แต่เนื่องจากข้อบังคับด้านกฎระเบียบทั่วโลกกำหนดให้ต้องเลิกใช้ R-11 เครื่องทำความเย็นจำนวนมากจึงใช้สารทำความเย็น R-123 เป็นทางเลือก เนื่องจากมีคุณสมบัติในการทำลายชั้นโอโซนต่ำ และคุณสมบัติทางอุณหพลศาสตร์และกายภาพของ ทำให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับใช้แทนระบบใหม่และใช้เป็นอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติม
• สารทำความเย็น R141b
GWP : 725
Application : Refrigeration & Air conditioning / Foam Blowing
Preferred Oil : Mineral Oil
ASHRAE Class : A2
Composition : 1, 1-Dichloro-1-Fluorothane

น้ำยาแอร์ R141b เป็นสารทำความเย็น ที่มาทดแทนสารทำความเย็น R-11 โดยมีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีคล้ายคลึงกันอย่างมาก
โดยส่วนมากเราใช้สารทำความเย็น หรือน้ำยา R141b ในการผลิตโฟม การผลิตฉนวนโพลียูรีเทนโฟมเป็นหลัก และระบบทำความเย็นและปรับอากาศในบางระบบ มันถูกใช้ในเครื่องทำความเย็น ปั๊มความร้อน และหน่วยทำความเย็นอุตสาหกรรมบางประเภท และยังสามารถใช้สำหรับล้างระบบทำความเย็น กำจัดคราบโลหะ และ ทำความสะอาดระบบทำความเย็นได้เป็นอย่างดี
ดูสารทำความเย็น HCFC ทั้งหมดได้ ที่นี่
นอกจากการระงับใช้สารทำความเย็น HCFC แล้ว ยังมีผลบังคับใช้ในปีหน้า (2567) เกี่ยวกับการลดปริมาณการใช้สารทำความเย็นประเภท HFCs ในประเทศไทย เพื่อที่ทุกอุตสาหกรรมที่ใช้สารทำความเย็น หรือน้ำยาแอร์ในกระบวนการใดๆ ได้เตรียมความพร้อมรับมือ ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ต้นทุน และการเลือกใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้เหมาะสมกับระเบียบข้อบังคับ และสถานการณ์วิกฤตโลก
Colder Solution เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความมั่นใจในมาตรฐานของสารทำความเย็นทุกแบรนด์ที่จำหน่ายในนามเรา ทั้งในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัยและมีทางเลือกที่หลากหลายในใช้สารทำความเย็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีค่า GWP ต่ำ แต่ให้ประสิทธิภาพสูง เพื่อให้เราก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยกัน ในโลกที่ยั่งยืน
Line id : @Colder
Email : kantawan.coldersolution@gmail.com
