จากงานสัมมนาที่ผ่านมา เราได้พูดคุยกันถึงพื้นฐานและกฎระเบียบในการเปลี่ยนแปลงมาใช้สารทำความเย็น HFO (Hydrofluoroolefins) ซึ่งได้รับความสนใจจากหลายท่าน ที่ต้องการอยากเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็น HFO เพื่ออนาคตแต่หลายท่านยังมีความลังเล และข้อกังวลหลายประการที่ทำให้ไม่แน่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเข้ากันได้กับระบบเดิม ต้นทุนในการเปลี่ยน ความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องการ Retrofit

Colder Solution อยากชวนทุกท่านมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตั้งคำถามในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงประเด็นมากที่สุด โดยเราได้ไกด์คำถาม จากประสบการณ์และลูกค้าของเรามาให้บางส่วน หากมีคำถามอื่นๆ นอกเหนือจากบทความนี้เพิ่มเติม สามารถ Comment ไว้ได้ที่ Post Facebook

ตัวอย่างคำถาม

ข้อกังวลหลักของท่านที่อยากเปลี่ยนมาใช้ HFO

ความเข้ากันได้กับระบบเดิม

•  ระบบ HVAC หรือชิลเลอร์ปัจจุบันออกแบบมาสำหรับ HFC/HCFC สามารถใช้ HFO ได้โดยตรงหรือต้องดัดแปลง (retrofitting)?

•  ต้องเปลี่ยนส่วนประกอบ เช่น คอมเพรสเซอร์, เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน, หรือน้ำมันหล่อลื่นหรือไม่?

•  HFO เช่น R-1234yf หรือ R-454B เข้ากันได้กับวัสดุในระบบ (เช่น ซีล, ท่อ) หรือจะเกิดการกัดกร่อน?

ต้นทุนการเปลี่ยนแปลง

•  ค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงระบบหรือซื้ออุปกรณ์ใหม่สูงแค่ไหน?

•  HFO มีราคาแพงกว่า HFC/HCFC หรือไม่ และซัพพลายในประเทศไทยเพียงพอหรือต้องนำเข้า?

•  มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การฝึกอบรมช่างหรือการปรับปรุงระบบความปลอดภัยหรือไม่?

ความปลอดภัย

•  HFO ส่วนใหญ่เป็น A2L (ติดไฟเล็กน้อย) แตกต่างจาก HFC/HCFC ที่เป็น A1 (ไม่ติดไฟ) ต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยอะไรบ้าง เช่น ระบบตรวจจับการรั่วไหลหรือการระบายอากาศ?

•  ความเสี่ยงจากไฟไหม้หรือการระเบิดในโรงงานจะจัดการอย่างไร?

•  ช่างในโรงงานมีความรู้และทักษะเพียงพอในการจัดการ HFO หรือต้องฝึกอบรมใหม่?

ประสิทธิภาพและสมรรถนะ

•  HFO เช่น R-1234yf หรือ R-454B มีประสิทธิภาพ (COP) เทียบเท่าหรือดีกว่า HFC/HCFC หรือไม่?

•  แรงดันและอุณหภูมิการทำงานของ HFO ส่งผลต่อการออกแบบหรือสมรรถนะของระบบเดิมอย่างไร?

•  การเปลี่ยนมาใช้ HFO จะช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาวหรือไม่?

กฎระเบียบและการปฏิบัติตาม

•  การเปลี่ยนมาใช้ HFO สอดคล้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยและข้อตกลงสากล (เช่น Kigali Amendment) หรือไม่?

•  มีกำหนดการเลิกใช้ HFC/HCFC ในประเทศไทยหรือไม่ และโรงงานจะได้รับผลกระทบเมื่อใด?

•  มีแรงจูงใจ เช่น เงินอุดหนุนหรือการลดหย่อนภาษี สำหรับการเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นที่มี GWP ต่ำหรือไม่?

ความพร้อมของซัพพลายและการบำรุงรักษา

•  HFO เช่น R-1234yf หรือ R-454B มีจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเพียงพอหรือไม่?

•  อุปกรณ์สำหรับการบำรุงรักษา (เช่น เครื่องกู้คืนน้ำยา, เครื่องมือวัด) รองรับ HFO หรือต้องลงทุนใหม่?

•  มีช่างหรือผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่สามารถซ่อมบำรุงระบบ HFO ได้หรือไม่?

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

•  HFO มี GWP ต่ำจริง แต่มีผลข้างเคียงอื่น เช่น การย่อยสลายเป็นสารเคมีที่อาจกระทบสิ่งแวดล้อม (เช่น TFA - trifluoroacetic acid) หรือไม่?

•  การเปลี่ยนมาใช้ HFO จะช่วยให้โรงงานบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (sustainability) หรือไม่?

คำถามที่ติดอยู่ในใจของคนที่อยากเปลี่ยนมาใช้ HFO

คำถาม HFO

เกี่ยวกับระบบ

•  ระบบชิลเลอร์หรือ HVAC ปัจจุบันมีอายุการใช้งานเหลือเท่าไหร่? ควรดัดแปลงหรือเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด?

•  การเปลี่ยนไปใช้ HFO จะกระทบต่อการรับประกันของอุปกรณ์เดิมหรือไม่?

•  ต้องทำการทดสอบระบบ (pilot test) กับ HFO ก่อนใช้งานจริงหรือไม่?  

คำถาม HFO

เกี่ยวกับน้ำยา

•  HFO ตัวใด (เช่น R-1234yf, R-454B, R-1234ze) เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบของเรา โดยพิจารณาจากแรงดัน, จุดเดือด, และ COP?

•  คุณสมบัติของ HFO เช่น ความหนาแน่นหรือความร้อนแฝง ส่งผลต่อขนาดของระบบหรือการออกแบบอย่างไร?

•  HFO มีความเสถียรในสภาวะการทำงานของโรงงาน (เช่น อุณหภูมิสูง, ความชื้น) หรือไม่?  

HFOน้ำยาแอร์ 02-02.jpg

เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน

•  การเปลี่ยนไปใช้ HFO จะทำให้โรงงานหยุดทำงาน (downtime) นานแค่ไหน?

•  ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการบำรุงรักษาหรือตารางการตรวจสอบระบบหรือไม่?

•  มีคู่มือหรือแนวปฏิบัติสำหรับการจัดการ HFO ในโรงงานหรือไม่?  

HFOน้ำยาแอร์ 03-01.jpg

เกี่ยวกับอนาคต

•  HFO จะเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในระยะยาว หรือมีน้ำยาตัวใหม่ที่อาจมาแทนในอนาคต?

•  การลงทุนใน HFO วันนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ หากมีเทคโนโลยีใหม่ในอีก 5-10 ปี?

•  การเปลี่ยนมาใช้ HFO จะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ของโรงงานในแง่สิ่งแวดล้อมหรือดึงดูดลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนหรือไม่?

อย่าปล่อยให้ความลังเลเป็นอุปสรรคในการ ก้าวไปสู่อนาคต คำถามของทุกท่านเราจะนำไปใช้ในหัวข้อสัมมนาที่เราจะจัดขึ้นในครั้งต่อไปค่ะ