การคำนวณปริมาณน้ำยาแอร์ หรือสารทำความเย็น (Refrigerant) ให้เหมาะสม ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบทำความเย็น ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศ หรือระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรม ไม่ว่าอุตสาหกรรม หรือธุรกิจของคุณจะใช้ยูนิตการทำความเย็นขนาดไหนก็ตาม ไม่เว้นแม้แต่ตามบ้าน หรือที่พักอาศัย การเติมสารทำความเย็นในปริมาณที่เหมาะสมช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์


คำนวน ปริมาณน้ำยาแอร์

ข้อมูลที่จำเป็นในการคำนวนสารทำความเย็น

1. ชนิดของสารทำความเย็น :
• สารทำความเย็นมีหลายชนิด ตั้งแต่ประเภท HFCs เช่น R134a, R410A หรือ HFOs เช่น R454B, R1234yf เป็นต้น แต่ละชนิดมีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกชนิดของสารทำความเย็นให้สอดคล้องกับระบบ และอุณหภูมิที่ต้องการใช้งาน

2. ขนาดและประเภทของระบบ :
• ความสามารถในการทำความเย็น (Cooling Capacity) ซึ่งมักวัดเป็น BTU/h หรือ ตันความเย็น
• ประเภทของอุปกรณ์ เช่น เครื่องปรับอากาศ, Chiller, Condensing Unit หรือระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรม

3. ขนาดของท่อสารทำความเย็น
• ความยาวของท่อ
• เส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ

4. ปริมาตรของอุปกรณ์
รวมถึง Condenser, Evaporator และส่วนประกอบอื่นๆ ของระบบ

5. แรงดันและอุณหภูมิในระบบ
ข้อมูลนี้ช่วยให้สามารถคำนวณความหนาแน่นของสารทำความเย็นในสถานะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ


ขั้นตอนการคำนวณปริมาณสารทำความเย็น

1. การใช้สมการปริมาตร
ปริมาณสารทำความเย็นที่เหมาะสมสามารถคำนวณได้จากสมการ : ปริมาตรภายในระบบ × ความหนาแน่นของสารทำความเย็น

• ปริมาตรภายในระบบ : คำนวณจากปริมาตรของ Condenser, Evaporator และความยาวท่อ
• ความหนาแน่นของสารทำความเย็น : อ้างอิงจากตาราง P-T (ความดัน-อุณหภูมิ) ของสารทำความเย็น

2. การคำนวณตามคู่มือผู้ผลิต
ผู้ผลิตระบบทำความเย็นมักระบุปริมาณสารทำความเย็นมาตรฐานไว้ในคู่มือ (Service Manual) ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอุปกรณ์แต่ละรุ่น แต่หากมีการปรับความยาวของท่อสารทำความเย็น สามารถเพิ่มสารทำความเย็นตามสูตรที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น เพิ่มสารทำความเย็น 20 กรัมต่อความยาวท่อ 1 เมตร เป็นต้น

3. วิธีคำนวณแบบประมาณการ
สำหรับการคำนวณแบบง่าย สามารถใช้สูตรโดยประมาณ เช่น เครื่องปรับอากาศทั่วไป ส่วนมากมักใช้ปริมาณสารทำความเย็น (กิโลกรัม) ≈ 0.1 × ความสามารถการทำความเย็น (ตันความเย็น) หรือในระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ โดยมากใช้ปริมาณสารทำความเย็นที่ใช้มักเฉลี่ยประมาณ 0.2–0.3 กิโลกรัมต่อตันความเย็น

เมื่อคำนวณปริมาณสารทำความเย็นแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการชาร์จน้ำยาแอร์ลงในระบบ และตรวจสอบตรวจสอบแรงดันและอุณหภูมิของระบบให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงตรวจสอบการรั่วไหลของสารทำความเย็นทั้งก่อนและหลังการเติม

การเติมน้ำยาแอร์แบบผิดๆ หรือใช้ปริมาณที่มากน้อยเกินไป รวมถึงการใช้สารทำความเย็นที่ไม่ได้มาตรฐานมักส่งผลเสียให้กับระบบ ซึ่งกระทบไปถึงการใช้พลังงาน และธุรกิจของคุณ

นอกจาการคำนวนปริมาณสารทำความเย็นให้เหมาะสมกับระบบแล้ว การตรวจสอบระดับสารทำความเย็นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน

การเติมน้ำยาแอร์ทุกครั้ง ควรกระทำและอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความถูกต้อง และรักษามาตรฐาน ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ แต่ยังช่วยลดต้นทุนพลังงานและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อีกด้วย


เข้าสู่ปีที่ 10 เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา เปลี่ยนแปลง เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกท่าน Change for the better

เย็นอย่างมีคุณภาพกับ Colder Solution พร้อมส่งน้ำยาแอร์ ทั่วประเทศ บริการทั้งขายปลีกและขายส่ง ทุกขนาด สำหรับอุตสาหกรรม ปรับอากาศ และทำความเย็นทุกประเภท

ติดต่อเรา : Line id : @Colder
Email : kantawan.coldersolution@gmail.com