อีกไม่กี่เดือนเท่านั้นจะพ้นปี 2024 กันแล้วนะคะ สำหรับในอนาคต ปี 2025 ถือเป็นปีที่เป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรม HVAC ด้านสารทำความเย็นตามข้อตกลง Kigali Amendment ของพิธีสารมอนทรีออล

กฎระเบียบใหม่ในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2025 มีแนวโน้มจะส่งผลให้หลายประเทศต้องปรับเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง


วันนี้เราจะมาอัพเดทการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม HVAC กันค่ะ

1. การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ

• F-Gas Regulation ของสหภาพยุโรป :
สหภาพยุโรปมีแผนที่จะ ยกเลิกการใช้สาร HFCs เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 โดยกฎระเบียบห้ามผลิต ติดตั้ง และนำเข้าสินค้าประเภท เครื่องปรับอากาศแบบ Split System ที่มีสารทำความเย็นปริมาณต่ำกว่า 3 กิโลกรัม หากสารนั้นมี GWP (Global Warming Potential) เกินกว่า 750 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 นอกจากนี้ จะขยายข้อห้ามไปยังผลิตภัณฑ์ HVAC อื่น ๆ เช่น Heat Pump ระหว่างปี 2027 ถึง 2035

• SNAP Program ของ US EPA (สหรัฐอเมริกา) :
สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) วางแผน เลิกใช้สารทำความเย็นที่มี GWP สูง โดยโครงการ Technology Transitions Program จะห้ามผลิต ติดตั้ง และนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารทำความเย็นซึ่งมี GWP สูงกว่า 700 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ซึ่งครอบคลุมถึง เครื่องทำความเย็น (Chillers), Heat Pump, และระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ รวมถึงจำกัดการใช้ VRF Systems ที่มีสารทำความเย็น GWP เกิน 700 ภายในปี 2028

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.epa.gov/climate-hfcs.../technology-transitions

2. สารทำความเย็นทดแทน
สารทำความเย็นที่กำลังถูกยกเลิก

ยกเลิกสารทำความเย็น

ทั้ง R22 และ R410A ขึ้นชื่อเรื่องเสถียรภาพและไม่ติดไฟ ดังนั้น สารทดแทนจำเป็นต้องมีคุณสมบัติด้านความเสถียรและ GWP ต่ำ พร้อมทั้งประหยัดพลังงาน

R32 และ R454B

sub2025-2-01.jpg

  • R32 (GWP 675) สารทำความเย็นเดี่ยวที่มีความเสถียรและต้นทุนต่ำ ง่ายต่อการรีไซเคิลเพราะไม่ต้องผสมกับสารอื่น
  • R454B (GWP 466) มีคุณสมบัติใกล้เคียง R410A ในด้านแรงดันและอุณหภูมิการระบาย ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับทดแทน R410A

สารทำความเย็นธรรมชาติ

สารทำความเย็นธรรมชาติ

สารทำความเย็นธรรมชาติ เช่น R290, และ R600a มี GWP ต่ำกว่าสารสังเคราะห์อย่างมาก แต่มีข้อเสียคือ ติดไฟง่าย จึงต้องการมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด

3. กฎระเบียบอื่นๆ ของผู้ผลิตอุปกรณ์
การผลิตสินค้าที่ใช้สารทำความเย็น GWP สูงจะถูกห้ามในสหรัฐอเมริกา แต่ผู้บริโภคยังคงสามารถใช้และซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ผลิตก่อนปี 2025 ได้ ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการทำความเย็นและปรับอากาศจึงต้องมีการปรับตัวต่อกฎระเบียบใหม่นี้ โดยใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น Chiller หรืออุปกรณ์ VRF ที่เริ่มมีการใช้สารทำความเย็น R32 และเตรียมเปลี่ยนจาก R410A เป็น R32 หรือ R454B


สรุปแล้ว
การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบสารทำความเย็นในปี 2025 จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่ออุตสาหกรรม HVAC ทั่วโลก ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารทำความเย็นที่มี GWP สูง

การยกเลิกสารทำความเย็นบางตัวที่การใช้งานจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งอาจทำให้ราคาสารทำความเย็นเหล่านี้เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยการใช้สารทำความเย็นทดแทน ประเภท HFOs และสารทำความเย็นธรรมชาติ จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาด

นอกจากนี้ เทรนด์นี้ยังช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานที่ยั่งยืนมากขึ้น ตามแนวทางของข้อตกลงและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคตค่ะ

เข้าสู่ปีที่ 10 เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา เปลี่ยนแปลง เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกท่าน Change for the better

เย็นอย่างมีคุณภาพกับ Colder Solution พร้อมส่งน้ำยาแอร์ ทั่วประเทศ บริการทั้งขายปลีกและขายส่ง ทุกขนาด สำหรับอุตสาหกรรม ปรับอากาศ และทำความเย็นทุกประเภท

ติดต่อเรา : Line id : @Colder
Email : kantawan.coldersolution@gmail.com